ร้อยไหม (Thread Lift) คือการทำหัตถการบริเวณผิวหนังใบหน้าและลำคอ โดยแพทย์จะสอดไหม เข้าไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้ยึดและเกี่ยวรั้งผิวบริเวณที่หย่อนคล้อยให้ตึงกระชับขึ้น และวิธีการนี้ยังเป็นการกระตุ้นกระบวนการรักษาผิวและการสร้างคอลลาเจนด้วย ซึ่งช่วยในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่มีสุขภาพดี ทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยไหมดูกระจ่างใส กระชับเนียนนุ่ม แลดูอ่อนวัย 

ทำไมต้องร้อยไหม ?

การร้อยไหมเหมาะกับคนที่กังวลเรื่องรูปลักษณ์ โดยเฉพาะผิวบริเวณใบหน้า ซึ่งอาจพบว่ามีปัญหาผิวหย่อนคล้อยตามวัย มีรอยเหี่ยวย่น ร่องแก้มลึก หรือมีเนื้อและไขมันตรงแก้มเยอะ ปัจจุบันการร้อยไหมกำลังเป็นที่นิยม เนื่องจากไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด เจ็บน้อยกว่า และฟื้นตัวได้เร็ว หากใช้ไหมละลาย เส้นไหมจะละลายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป โดยมีเซลล์ผิวที่สร้างขึ้นใหม่มาแทนที่ ด้วยเหตุนี้ การร้อยไหมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาผิวที่คนสนใจ นอกเหนือจากการผ่าตัดดึงผิว การฉีดโบท็อกซ์ หรือการเติมฟิลเลอร์ต่าง ๆ

ไหมร้อยหน้าในปัจจุบันมีกี่ประเภท ? (รูปแบบ ลักษณะเด่นของไหมแต่ละประเภท)

1. ไหมประเภทไม่ละลาย (APTOS THREADS หรือ FEATHER-LIFT) จะมีลักษณะเป็นไหมก้างปลา ส่วนที่เป็นก้างปลาจะยึดเกาะกับผิวหนัง

ข้อเสีย คือ เมื่อระยะเวลานานไป ตัวก้างปลาที่ยึดเกี่ยวกับเนื้อเยื่ออาจหลุดออก หรือ ก้างปลาหัก ทำให้ผิวหนังหนังกลับมาหย่อนคล้อย และในบางกรณีอาจมีไหมโผล่ออกมาจากผิว ซึ่งจะต้องไปทำการผ่าตัดเพื่อเอาออก ผลจากการร้อยไหมประเภทนี้จะอยู่ได้ไม่นานนัก วิธีนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้วในปัจจุบัน

2. ไหมทอง หรือ ไหมทองคำ (GOLD THREAD) คือ ไหมที่ทำมาจากทองบริสุทธิ์ 99.99% มีขนาดประมาณเท่าเส้นผม

ข้อจำกัดของวิธีนี้ คือ หลังร้อยไหมต้องเลี่ยงการทำเลเซอร์ เพราะอาจส่งผลให้ไหมขาดได้ รวมถึงคลื่นเลเซอร์อาจทำปฏิกิริยากับไหมทองซึ่งเป็นโลหะจนทำให้เกิดการไหม้จนทำร้ายเนื้อเยื่อผิว และไม่เหมาะสำหรับผู้แพ้โลหะ เพราะถ้าหากแพ้จะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด และหากเทียบกับวิธีอื่นไหมทองจะมีราคาค่อนข้างสูงกว่า และจุดเด่นของไหมทอง คือ จะสลายตัวช้ามาก สามารถอยู่ได้นานถึง 8 – 15 ปี แต่ก็อาจมีผลเสียในเรื่องของสารตกค้างใต้ชั้นผิวด้วยเช่นกัน

3. ไหม PDO (POLYDIOXANONE) หรือ ไหมละลาย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมากในปัจจุบัน เพราะได้รับการยอมรับในวงการแพทย์อย่างกว้างขวาง และยังได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ข้อดีของไหมละลาย หรือไหม PDO คือ มีความปลอดภัยสูง เมื่อใช้ในการร้อยไหมจะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวกระชับ เต่งตึง และยังช่วยให้ผิวพรรณของเราดูสดใสเปล่งปลั่ง กระจ่างใส เห็นผลได้ใน 14 วัน ส่วนไหมละลายนั้นจะสามารถสลายไปเองภายใน 6-8 เดือน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้างใต้ชั้นผิว ไม่มีผลค้างเคียงและภาวะแทรกซ้อน

และไหมที่ใช้ในการร้อยหน้า แบ่งออกได้ 3 รูปแบบ คือ

1. ไหมเรียบ โดยเส้นไหมจะมีลักษณะเป็นเส้นสั้นๆ ความยาวไม่เกิน 10 เซนติเมตร เส้นไหมมีความเรียบ ไม่มีเงี่ยงแยกออกมา

ข้อดีของไหมเรียบ จะช่วยให้ผิวแน่นเฟิร์ม ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ที่เกิดจากคอลลาเจนเสื่อมสภาพได้ โดยผลลัพธ์จะช่วยให้ผิวแน่นตึงเริ่มเห็นผลตั้งแต่หลังร้อยไหมทันที และจะยิ่งมากขึ้นเมื่อไหมละลายหมดแล้ว ไหมเรียบมีฤทธิ์ช่วยยกกระชับผิวด้านบนและกระตุ้นคอลลาเจนเฉพาะจุดได้ดีกว่าไหมที่มีก้าง

ข้อเสียของไหมเรียบ เนื่องจากไหมเรียบไม่มีเงี่ยงหรือก้างคอยยกดึงใบหน้า ทำให้ไม่สามารถล็อคกับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังได้ ทำให้ฤทธิ์การยกตึงค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับร้อยไหมก้าง และต้องใช้จำนวนเส้นในการร้อยไหมค่อนข้างเยอะ

2. ไหมเงี่ยงหรือไหมที่มีก้าง โดยเส้นไหมจะมีลักษณะค่อนข้างใหญ่และมีเงี่ยง จะมีทั้งแบบเงี่ยง 1 ทิศทาง และ 2 ทิศทาง ซึ่งตัวเงี่ยงจะช่วยในการล็อคเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง และพยุงให้ยกตึงยิ่งขึ้น

ข้อดีของไหมเงี่ยง เรื่องการยกตึงของใบหน้าจะเห็นผลได้ตั้งแต่หลังทำเสร็จทันที แต่จะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในช่วง 1 เดือนหลังร้อยไหม และเนื่องจากไหมเงี่ยงจะสามารถล็อคเนื้อเยื่อได้ดีกว่าไหมเรียบ จึงใช้จำนวนเส้นในการร้อยไหมเงี่ยงน้อยกว่าไหมเรียบ

ข้อเสียของไหมเงี่ยง เนื่องจากไหมเส้นใหญ่กว่า และมีเงี่ยงที่ใช้ยึดล็อคเนื้อเยื่อ ทำให้หลังร้อยไหมจะมีโอกาสคลำเจอเส้นไหมได้ในช่วงแรกๆ ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองหลังจากไหมเริ่มเข้าที่ประมาณ 1 เดือน และเกิดเป็นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาทดแทนจนทำให้ผิวอิ่มฟู

3. ไหมโครงตาข่าย (MESH SCAFFOLD) คือ ไหมเงี่ยง PDO ที่มีโครงตาข่ายล้อมรอบตัวไหมแบบ 360 องศา ชนิดแรกและชนิดเดียวของโลก คิดค้นโดยวิศวะกรและแพทย์ศัลยกรรมประเทศเกาหลีใต้ มีการจดสิทธิบัตรอย่างถูกต้องแล้ว 48 ประเทศทั่วโลก ความโดดเด่นของไหมโครงตาข่าย คือ สามารถให้ผลทั้งการยกกระชับใบหน้าให้เข้ารูปและผิวพรรณที่ใสขึ้น ด้วยตัวไหมโครงตาข่ายที่เป็นนวัตกรรมไหมร้อยหน้าที่ให้ผลในการช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อให้เกาะกับตัวไหมได้ดีขึ้น ทำให้เมื่อร้อยไหมแล้วจะสามารถยกกระชับใบหน้าให้ยิ่งเข้ารูปขึ้นในทุก ๆ วัน พร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้เกิดขึ้นรอบโครงตาข่ายได้รวดเร็วและมีเสถียรภาพกว่า ทำให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่ง อิ่มฟู โดยไม่ทำให้เกิดแผลเป็นใต้ชั้นผิว ส่วนตัวไหมโครงตาข่ายนั้นจะค่อยๆ สลายไปเองภายใน 6-8 เดือน โดยไม่มีสารตกค้างในชั้นผิว แต่ยังคง Maintain ผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องไปได้อีกอย่างน้อย 1-2 ปี

ขั้นตอนในการร้อยไหม

ขั้นตอนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการร้อยไหมอาจแตกต่างกันไปเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ บริเวณที่ต้องการร้อยไหม และประเภทของไหม 

โดยทั่วไป ขั้นตอนพื้นฐานในการร้อยไหม มีดังนี้

เตรียมตัวก่อนร้อยไหม

แพทย์จะเช็ดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทั่วผิวบริเวณที่จะทำการร้อยไหม จากนั้นจึงฉีดหรือทายาชาเพื่อป้องกันการเกิดความรู้สึกเจ็บปวดขณะร้อยไหมใต้ผิวหนัง

ขณะร้อยไหม

แพทย์จะเจาะรูที่ผิวหนังบริเวณที่สังเกตเห็นรอยยาก เช่น ตามไรผม แล้วสอดไหมใต้ผิวหนังด้วยเข็มที่เรียกว่า Cannula จากนั้นจึงดึงเข็มออกให้เส้นไหมยึดเกี่ยวกับผิวไว้

หลังร้อยไหม

ผู้ที่เข้ารับการร้อยไหมสามารถเดินทางกลับบ้านได้ทันที ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นที่โรง พยาบาลหรือคลินิก โดยสามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดหลังยาชาหมดฤทธิ์ได้ และผลลัพธ์จากการร้อยไหมอาจคงอยู่ได้ประมาณ 1-3 ปี

การดูแลตัวเองหลังร้อยไหม

  1. กินยาแก้ปวดอย่างพาราเซตามอล และหลีกเลี่ยงยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบอย่างยาพวกไอบูโพรเฟน เนื่องจากการร้อยไหมเป็นกระบวนการกระตุ้นการรักษาผิวซึ่งจำเป็นต้องมีกระบวนการอักเสบร่วมด้วย
  2. ล้างผิวบริเวณที่ร้อยไหมเบา ๆ หลีกเลี่ยงการนวดหรือถูบริเวณที่ร้อยไหมประมาณ 2 สัปดาห์
  3. หลีกเลี่ยงการใช้กล้ามเนื้อใบหน้าอย่างเต็มที่ เช่น ไม่เปิดปากกว้าง เลื่อนหรืองดการไปหาหมอฟันประมาณ 2 สัปดาห์
  4. งดการออกกำลังกายและงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 7 วัน
  5. ปกป้องผิวบริเวณที่ร้อยไหมไม่ให้สัมผัสกับแสงแดดแรง ๆ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิที่สูงหรือต่ำเกินไป
  6. ทำตามคำแนะนำอื่น ๆ จากแพทย์ผู้ทำหัตถการ และสังเกตอาการอยู่เสมอ ปรึกษาแพทย์หากมีข้อสงสัยหรือปัญหาใด ๆ

ค่าใช้จ่ายในการร้อยไหม

ราคาของการร้อยไหมขึ้นอยู่กับลักษณะ คุณภาพ และจำนวนเส้นไหมที่แพทย์ใช้ โดยในปัจจุบันมีการพัฒนาไหมออกมาอย่างหลากหลาย ทั้งไหมเรียบ ไหมเงี่ยง และไหมโครงตาข่าย ซึ่งแพทย์จะพิจารณาร่วมกับผู้ที่ต้องการร้อยไหมโดยดูจากลักษณะผิวหนัง รูปหน้า และผลลัพธ์ที่ผู้รับบริการต้องการ หากสนใจเข้ารับการร้อยไหม สามารถปรึกษาแพทย์ที่คลินิกใกล้บ้านได้ โดยควรพิจารณาถึงทุกองค์ประกอบที่สำคัญ และเลือกใช้ไหมแท้ที่มีคุณภาพและมาตรฐานตามหลักสากล เพื่อความปลอดภัยในการรับบริการ 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก:

https://www.plasticsurgery.org/news/blog/what-you-need-to-know-about-thread-lifts 

https://www.healthline.com/health/cosmetic-surgery/thread-lift 

https://procerusskincare.com/our-treatments/pdo-thread-lifting