เจาะลึกส่วนผสม เทนโซเนส เคล็ดลับสร้างผิวใสออร่าแบบดาราด้วยตัวคุณเอง
เจาะลึกส่วนประกอบสำคัญของ “เทนโซเนส” อาหารผิวเพื่อสร้าง “ผิวดารา” ที่เป็นของคุณเอง
สวัสดีค่ะทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักออฟฟิศที่สู้งานหนักจนไม่มีเวลาพัก หรือผู้ชาย ผู้หญิง LGBTQ+ ที่อินกับบิวตี้เทรนด์และให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์เป็นที่หนึ่ง เคยมีโมเมนต์แบบนี้ไหมคะ
เวลาไถฟีด Instagram หรือ TikTok แล้วต้องหยุดนิ้วโป้งดูรูปดารา หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่เราชอบ แล้วตั้งคำถามในใจว่า "ทำบุญด้วยอะไร ทำไมผิวถึงสวยเนียนได้ขนาดนี้" ผิวที่ดูละเอียดเหมือนไม่มีรูขุมขน ความกระจ่างใสที่มองแล้วเพลินตา บอกเลยค่ะว่าเบื้องหลังความเป๊ะปังนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของพันธุกรรม หรือการนอนครบ 8 ชั่วโมงเสมอไป
ความลับที่วงการผิวพรรณกำลังให้ความสนใจที่สุดตอนนี้คือการ "เติมอาหารผิวให้ถูกจุด" ค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปแกะสูตรส่วนผสมสำคัญของ "เทนโซเนส" ที่ถูกขนานนามว่าเป็น Skin Rejuvenating Solution ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ มาดูกันชัดๆ ว่าในหนึ่งขวดมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง และทำไมมันถึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยน "ผิวสู้ชีวิต" ให้กลายเป็น "ผิวดารา" ในแบบของคุณเอง
เมื่อผิว "หิว" แค่ทาสกินแคร์... อาจไม่พอ
ลองจินตนาการดูนะคะ ในปัจจุบันที่ผิวเราเหมือนคนที่ทำงานหนักตลอดเวลา เพราะต้องเจอกับมลภาวะ ฝุ่น PM 2.5 แสงสีฟ้าจากจอมือถือ และความเครียดสะสม สิ่งเหล่านี้เข้าไปทำลายโครงสร้างบ้านของเซลล์ผิว หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Extracellular Matrix (ECM) ให้พังทลายลงเงียบๆ
ผลลัพธ์คือ คอลลาเจนลดลง ผิวเริ่มเหี่ยว แห้งกร้าน และหมองคล้ำ เหมือนคนขาดสารอาหาร เทนโซเนสจึงไม่ใช่แค่ทรีตเมนต์ทั่วไป แต่คือ "อาหารผิว" ที่รวมเอาส่วนผสมที่ผิวโหยหามาไว้ด้วยกัน เพื่อเข้าไปซ่อมแซมและฟื้นฟูถึงโครงสร้างผิวค่ะ
จุดเด่นของเทนโซเนสคือแนวคิด “ดูแลผิวแบบครอบคลุมองค์ประกอบของความกระจ่างใส”
ตั้งแต่ ฟื้นสภาพผิว–ช่วยให้เซลล์ผิวเก่าผลัดตัว-สร้างเซลล์ผิวใหม่–ลดริ้วรอย–ลดรูขุมขน/หลุมสิว–ปรับผิวให้สว่างใส–เพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น
ถ้าคุณกำลังเจอปัญหา “ผิวโทรม ผิวหมอง ผิวคล้ำเป็นปื้น แต่งหน้าไม่ติด รอยสิวชัด เริ่มมีริ้วรอยเล็กๆ” — เทนโซเนสถูกออกแบบมาเพื่อแก้ “ภาพรวมของผิว” ไม่ได้แก้แค่จุดเดียว

เจาะลึก 6 ส่วนผสมของเทนโซเนสที่เปรียบดั่ง “อาหารผิว” ที่ทำให้ผิวใสเปล่งปลั่ง
เทนโซเนสทำงานด้วยกลไก Synergistic Effect คือการที่ส่วนผสมแต่ละตัวช่วยเสริมแรงกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำหน้าที่ มาดูกันลึกๆ เลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง
1. PDRN (Polydeoxyribonucleotide) — โครงสร้างฟื้นผิวให้กลับมาแข็งแรง
ถ้าผิวคุณเหนื่อยง่าย แพ้ง่าย ฟื้นช้า หรือดูโทรมจากพักผ่อนไม่พอ “PDRN” คือสารที่ถูกใช้ในแนวทางการฟื้นบำรุงอย่างจริงจัง โดยในข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่า PDRN ช่วยเรื่องการสร้างและเจริญเติบโตของเซลล์ผิวใหม่ ลดการอักเสบ และช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน/อิลาสติน นี่คือส่วนผสมที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกให้การยอมรับว่า PDRN (Polydeoxyribonucleotide) คือชิ้นส่วน DNA จากปลาแซลมอนที่มีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุดถึง 95%
- สรุปให้เข้าใจง่าย:PDRN (Polydeoxyribonucleotide) เหมือน “ช่างซ่อมผิว” ช่วยปลุกผิวที่ล้าให้กลับมาฟื้นตัวไวขึ้น และเป็นฐานสำคัญของผิวที่ดูสุขภาพดี
- มุมมองทางการแพทย์: PDRN (Polydeoxyribonucleotide) ทำหน้าที่เป็น A2A Purinergic Receptor Agonist ช่วยกระตุ้นกระบวนการ Angiogenesis หรือการสร้างหลอดเลือดฝอยใหม่ เพื่อลำเลียงอาหารไปเลี้ยงเซลล์ และกระตุ้น Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ เป็นการซ่อมแซมผิวระดับ Rejuvenation อย่างแท้จริง

2. Glutathione — ผิวกระจ่างใสแบบค่อยเป็นค่อยไป ดูแพง ไม่ดูหลอกตา
Glutathione หรือ กลูต้าไธโอน ถูกอธิบายว่าเป็น Tripeptide และสามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี) ทำให้โทนเม็ดสีเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดูสว่างขึ้น พร้อมคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ
- จุดที่เหมาะกับสายผิวใส:เน้น “กระจ่างใส” มากกว่า “ขาววอก” คือสว่างแบบผิวดูมีออร่า
- มุมมองทางการแพทย์: กลูต้าไธโอนทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase เปลี่ยนการสร้างเม็ดสีจาก Eumelanin (สีน้ำตาล-ดำ) ให้เป็น Pheomelanin (สีชมพู-ขาว)
3.Niacinamide (Vitamin B3) — ตัวจริงเรื่องรอยสิว รอยแดง สีผิวไม่สม่ำเสมอ
สำหรับใครที่มีรอยสิว รอยแดง หรือผิวมัน/ผิวแพ้ง่าย Niacinamide จะช่วยในเรื่องลดรอยดำรอยแดง ลดการอักเสบ กระตุ้น ceramide ให้ผิวแข็งแรง และเหมาะกับทุกสภาพผิว
และที่น่าสนใจอีกอย่างคือ “การทำงานเป็นทีม” ของ Niacinamide ที่ช่วยเสริมการทำงานกับ Glutathione ในมุมของการลดการสร้างเมลานินและช่วยลดการสะสมของเม็ดสีบนผิว รวมถึงช่วยเรื่องเกราะป้องกันผิวและการสูญเสียน้ำ
- มุมมองทางการแพทย์: Niacinamide (Vitamin B3) ช่วยขัดขวางการส่งผ่านถุงเม็ดสี (Melanosome Transfer) ขึ้นสู่ผิวชั้นบน เป็น Double Action Mechanism ที่ให้ผลลัพธ์เรื่อง Whitening ที่ชัดเจน
4. Sodium Hyaluronate — เติมผิวฉ่ำอิ่มน้ำ ทำให้ความใสดูชัดขึ้น
ผิวจะ “ใส” ได้ ต้อง “อิ่มน้ำ” ก่อนเสมอ Sodium Hyaluronate หรือ Hyaluronic Acid ช่วยคงความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่น ลดริ้วรอยแห้ง และช่วยให้ผิวแข็งแรงไม่หย่อนคล้อย โดย Sodium hyaluronate จะมีขนาดโมเลกุลเล็กและคงตัว ทำให้ดึงน้ำได้ดีและซึมเข้าสู่ผิวได้ลึก
- เหมาะมากกับคนที่ผิวโทรมจากนอนน้อย/แสงจอ: ผิวจะดูฟู ฉ่ำ แต่งหน้าติดขึ้น พร้อมช่วยแก้ปัญหา "หน้ามันแต่ขาดน้ำ" หรือผิวแห้งจนแต่งหน้าไม่ติด หลังดูแลด้วยตัวนี้ ผิวจะดูอิ่มฟู (Plump) ขึ้น
- มุมมองทางการแพทย์: การใช้ Non-crosslinked Hyaluronic Acid ที่มีโมเลกุลเหมาะสม จะช่วยดึงดูดโมเลกุลน้ำเข้ามาเก็บกักไว้ในชั้น Dermis ได้อย่างมหาศาล ช่วยปรับปรุง Skin Barrier และสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดี (Microenvironment) ให้เซลล์ผิวทำงานได้ปกติ

5. Multi Peptides (Growth Factors) — ตัวช่วยเรื่องความเนียนแบบผิวดารา
เทนโซเนสมี Multi Peptides กลุ่มที่อ้างอิงไปทาง Growth Factor เช่น EGF, bFGF และเปปไทด์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน/อิลาสติน ทำให้ผิวดูอ่อนวัยขึ้น ลดริ้วรอย และเพิ่มความชุ่มชื้น/ความยืดหยุ่น
- คนชอบผิวดาราจะเข้าใจทันที:ผิวดาราที่ดู “แน่น เนียน ฉ่ำ” มักไม่ใช่เพราะขาวอย่างเดียว แต่เพราะโครงสร้างผิวดูเต็ม ดูเฟิร์ม และผิวเรียงตัวดี
- ผลลัพธ์การบำรุงผิว: ริ้วรอยเล็กๆ ตามหางตา หน้าผาก หรือร่องแก้มที่ทำให้ดูมีอายุ จะค่อยๆ จางลง ใบหน้าดูยกกระชับขึ้น
- มุมมองทางการแพทย์: ส่วนประกอบในกลุ่ม Growth Factors (EGF, FGF) มีหน้าที่สำคัญในการช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการเกิดเซลล์ผิวใหม่
6. Argireline (Acetyl Hexapeptide-8) — ลดริ้วรอยแบบ “Botox-like” ในแนวทางที่อ่อนโยน
สำหรับคนเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ ตรงหน้าผาก หางตา มุมปาก เทนโซเนสมี Argireline ซึ่งข้อมูลอธิบายกลไกว่าเป็นแนว “Botox Like” โดยทำงานผ่านการช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายจากการยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่เกี่ยวกับการเกิดริ้วรอย
- อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ ช่วยให้หน้าดู “ละมุน” ขึ้น รอยยิ้มยังมีเสน่ห์ แต่ไม่พาเส้นเล็ก ๆ มาทักทายชัดเกินไป
- มุมมองทางการแพทย์: Argireline (Acetyl Hexapeptide-8) มีกลไกการออกฤทธิ์คล้ายโบท็อกซ์ (Botox-like effect) โดยไปยับยั้ง SNARE Complex ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อเล็กๆ บนใบหน้า

เทนโซเนสเหมาะกับใคร
เทนโซเนสเหมาะกับคนที่ต้องการผิวกระจ่างใส มีปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ จุดด่างดำ รอยดำจากสิว ผิวหมองคล้ำ ฟื้นฟูจากแสงแดด/มลภาวะ (รวมถึงฝุ่น PM 2.5) ใต้ตาคล้ำ และปัญหาฝ้า-กระจากแดด
ข้อควรรู้ก่อนเลือกทำหัตถการ เพื่อผลลัพธ์ผิวใสแบบปลอดภัย
- เลี่ยงแกะเกา/กดนวดบริเวณที่ทำหัตถการ อย่างน้อย 24–48 ชั่วโมงหลังทำ
- หลีกเลี่ยงความร้อน และการออกกำลังกายแบบหนักๆ อย่างน้อย 48–72 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นกิจกรรมที่มีความร้อนจัด เช่น ทรีตเมนต์หรือเลเซอร์ที่ใช้พลังงานความร้อน แนะนำให้งดประมาณ 1 สัปดาห์
- งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ ประมาณ 1 สัปดาห์
- ทากันแดดอย่างเหมาะสมเป็นประจำทุกวัน
- ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร และผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
- การทำหัตถการ ควรอยู่ภายใต้การประเมินและการดูแลของของแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน

บทสรุป: ผิวดารา... ไม่ใช่ผิวที่ขาวที่สุด แต่คือผิวที่ดูดีในทุกแสง ที่คุณเองก็สร้างได้
การมีผิวสวยไม่ได้แปลว่าต้องเกิดมาโชคดีเสมอไปค่ะ แต่มันคือ "ศิลปะแห่งการเลือก" สิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ให้กับความโทรม และเชื่อว่าตัวเองดูดีได้มากกว่านี้ ลองพิจารณาเทนโซเนส ให้เป็นตัวช่วยบำรุงผิวของคุณ
ถ้าคุณอยากได้ ผิวกระจ่างใสแบบดูแพงอย่างผิวดารา ให้โฟกัส 3 แกนนี้ ฟื้นผิว + ลดเม็ดสี/รอยสิว + เติมความชุ่มชื้น และเทนโซเนสถูกออกแบบสูตรมาให้ครบทั้งสามแกน พร้อมเสริมเรื่องความยืดหยุ่นและริ้วรอยเล็กๆ
อย่าปล่อยให้ผิวหิวโหยสารอาหาร จนความหมองคล้ำมาบดบังออร่าในตัวคุณ มาสร้างมาตรฐานผิวใหม่ ให้กระจ่างใส แข็งแรง และมั่นใจในแบบฉบับของคุณเองกันค่ะ
บทความอื่นๆที่ใกล้เคียง

เจาะลึกส่วนประกอบสำคัญของ “เทนโซเนส” อาหารผิวเพื่อสร้าง “ผิวดารา” ที่เป็นของคุณเอง
สวัสดีค่ะทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักออฟฟิศที่สู้งานหนักจนไม่มีเวลาพัก หรือผู้ชาย ผู้หญิง LGBTQ+ ที่อินกับบิวตี้เทรนด์และให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์เป็นที่หนึ่ง เคยมีโมเมนต์แบบนี้ไหมคะ
เวลาไถฟีด Instagram หรือ TikTok แล้วต้องหยุดนิ้วโป้งดูรูปดารา หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่เราชอบ แล้วตั้งคำถามในใจว่า "ทำบุญด้วยอะไร ทำไมผิวถึงสวยเนียนได้ขนาดนี้" ผิวที่ดูละเอียดเหมือนไม่มีรูขุมขน ความกระจ่างใสที่มองแล้วเพลินตา บอกเลยค่ะว่าเบื้องหลังความเป๊ะปังนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของพันธุกรรม หรือการนอนครบ 8 ชั่วโมงเสมอไป
ความลับที่วงการผิวพรรณกำลังให้ความสนใจที่สุดตอนนี้คือการ "เติมอาหารผิวให้ถูกจุด" ค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปแกะสูตรส่วนผสมสำคัญของ "เทนโซเนส" ที่ถูกขนานนามว่าเป็น Skin Rejuvenating Solution ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ มาดูกันชัดๆ ว่าในหนึ่งขวดมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง และทำไมมันถึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยน "ผิวสู้ชีวิต" ให้กลายเป็น "ผิวดารา" ในแบบของคุณเอง
เมื่อผิว "หิว" แค่ทาสกินแคร์... อาจไม่พอ
ลองจินตนาการดูนะคะ ในปัจจุบันที่ผิวเราเหมือนคนที่ทำงานหนักตลอดเวลา เพราะต้องเจอกับมลภาวะ ฝุ่น PM 2.5 แสงสีฟ้าจากจอมือถือ และความเครียดสะสม สิ่งเหล่านี้เข้าไปทำลายโครงสร้างบ้านของเซลล์ผิว หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Extracellular Matrix (ECM) ให้พังทลายลงเงียบๆ
ผลลัพธ์คือ คอลลาเจนลดลง ผิวเริ่มเหี่ยว แห้งกร้าน และหมองคล้ำ เหมือนคนขาดสารอาหาร เทนโซเนสจึงไม่ใช่แค่ทรีตเมนต์ทั่วไป แต่คือ "อาหารผิว" ที่รวมเอาส่วนผสมที่ผิวโหยหามาไว้ด้วยกัน เพื่อเข้าไปซ่อมแซมและฟื้นฟูถึงโครงสร้างผิวค่ะ
จุดเด่นของเทนโซเนสคือแนวคิด “ดูแลผิวแบบครอบคลุมองค์ประกอบของความกระจ่างใส”
ตั้งแต่ ฟื้นสภาพผิว–ช่วยให้เซลล์ผิวเก่าผลัดตัว-สร้างเซลล์ผิวใหม่–ลดริ้วรอย–ลดรูขุมขน/หลุมสิว–ปรับผิวให้สว่างใส–เพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น
ถ้าคุณกำลังเจอปัญหา “ผิวโทรม ผิวหมอง ผิวคล้ำเป็นปื้น แต่งหน้าไม่ติด รอยสิวชัด เริ่มมีริ้วรอยเล็กๆ” — เทนโซเนสถูกออกแบบมาเพื่อแก้ “ภาพรวมของผิว” ไม่ได้แก้แค่จุดเดียว

เจาะลึก 6 ส่วนผสมของเทนโซเนสที่เปรียบดั่ง “อาหารผิว” ที่ทำให้ผิวใสเปล่งปลั่ง
เทนโซเนสทำงานด้วยกลไก Synergistic Effect คือการที่ส่วนผสมแต่ละตัวช่วยเสริมแรงกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำหน้าที่ มาดูกันลึกๆ เลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง
1. PDRN (Polydeoxyribonucleotide) — โครงสร้างฟื้นผิวให้กลับมาแข็งแรง
ถ้าผิวคุณเหนื่อยง่าย แพ้ง่าย ฟื้นช้า หรือดูโทรมจากพักผ่อนไม่พอ “PDRN” คือสารที่ถูกใช้ในแนวทางการฟื้นบำรุงอย่างจริงจัง โดยในข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่า PDRN ช่วยเรื่องการสร้างและเจริญเติบโตของเซลล์ผิวใหม่ ลดการอักเสบ และช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน/อิลาสติน นี่คือส่วนผสมที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกให้การยอมรับว่า PDRN (Polydeoxyribonucleotide) คือชิ้นส่วน DNA จากปลาแซลมอนที่มีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุดถึง 95%
- สรุปให้เข้าใจง่าย:PDRN (Polydeoxyribonucleotide) เหมือน “ช่างซ่อมผิว” ช่วยปลุกผิวที่ล้าให้กลับมาฟื้นตัวไวขึ้น และเป็นฐานสำคัญของผิวที่ดูสุขภาพดี
- มุมมองทางการแพทย์: PDRN (Polydeoxyribonucleotide) ทำหน้าที่เป็น A2A Purinergic Receptor Agonist ช่วยกระตุ้นกระบวนการ Angiogenesis หรือการสร้างหลอดเลือดฝอยใหม่ เพื่อลำเลียงอาหารไปเลี้ยงเซลล์ และกระตุ้น Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ เป็นการซ่อมแซมผิวระดับ Rejuvenation อย่างแท้จริง

2. Glutathione — ผิวกระจ่างใสแบบค่อยเป็นค่อยไป ดูแพง ไม่ดูหลอกตา
Glutathione หรือ กลูต้าไธโอน ถูกอธิบายว่าเป็น Tripeptide และสามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี) ทำให้โทนเม็ดสีเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดูสว่างขึ้น พร้อมคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ
- จุดที่เหมาะกับสายผิวใส:เน้น “กระจ่างใส” มากกว่า “ขาววอก” คือสว่างแบบผิวดูมีออร่า
- มุมมองทางการแพทย์: กลูต้าไธโอนทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase เปลี่ยนการสร้างเม็ดสีจาก Eumelanin (สีน้ำตาล-ดำ) ให้เป็น Pheomelanin (สีชมพู-ขาว)
3.Niacinamide (Vitamin B3) — ตัวจริงเรื่องรอยสิว รอยแดง สีผิวไม่สม่ำเสมอ
สำหรับใครที่มีรอยสิว รอยแดง หรือผิวมัน/ผิวแพ้ง่าย Niacinamide จะช่วยในเรื่องลดรอยดำรอยแดง ลดการอักเสบ กระตุ้น ceramide ให้ผิวแข็งแรง และเหมาะกับทุกสภาพผิว
และที่น่าสนใจอีกอย่างคือ “การทำงานเป็นทีม” ของ Niacinamide ที่ช่วยเสริมการทำงานกับ Glutathione ในมุมของการลดการสร้างเมลานินและช่วยลดการสะสมของเม็ดสีบนผิว รวมถึงช่วยเรื่องเกราะป้องกันผิวและการสูญเสียน้ำ
- มุมมองทางการแพทย์: Niacinamide (Vitamin B3) ช่วยขัดขวางการส่งผ่านถุงเม็ดสี (Melanosome Transfer) ขึ้นสู่ผิวชั้นบน เป็น Double Action Mechanism ที่ให้ผลลัพธ์เรื่อง Whitening ที่ชัดเจน
4. Sodium Hyaluronate — เติมผิวฉ่ำอิ่มน้ำ ทำให้ความใสดูชัดขึ้น
ผิวจะ “ใส” ได้ ต้อง “อิ่มน้ำ” ก่อนเสมอ Sodium Hyaluronate หรือ Hyaluronic Acid ช่วยคงความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่น ลดริ้วรอยแห้ง และช่วยให้ผิวแข็งแรงไม่หย่อนคล้อย โดย Sodium hyaluronate จะมีขนาดโมเลกุลเล็กและคงตัว ทำให้ดึงน้ำได้ดีและซึมเข้าสู่ผิวได้ลึก
- เหมาะมากกับคนที่ผิวโทรมจากนอนน้อย/แสงจอ: ผิวจะดูฟู ฉ่ำ แต่งหน้าติดขึ้น พร้อมช่วยแก้ปัญหา "หน้ามันแต่ขาดน้ำ" หรือผิวแห้งจนแต่งหน้าไม่ติด หลังดูแลด้วยตัวนี้ ผิวจะดูอิ่มฟู (Plump) ขึ้น
- มุมมองทางการแพทย์: การใช้ Non-crosslinked Hyaluronic Acid ที่มีโมเลกุลเหมาะสม จะช่วยดึงดูดโมเลกุลน้ำเข้ามาเก็บกักไว้ในชั้น Dermis ได้อย่างมหาศาล ช่วยปรับปรุง Skin Barrier และสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดี (Microenvironment) ให้เซลล์ผิวทำงานได้ปกติ

5. Multi Peptides (Growth Factors) — ตัวช่วยเรื่องความเนียนแบบผิวดารา
เทนโซเนสมี Multi Peptides กลุ่มที่อ้างอิงไปทาง Growth Factor เช่น EGF, bFGF และเปปไทด์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน/อิลาสติน ทำให้ผิวดูอ่อนวัยขึ้น ลดริ้วรอย และเพิ่มความชุ่มชื้น/ความยืดหยุ่น
- คนชอบผิวดาราจะเข้าใจทันที:ผิวดาราที่ดู “แน่น เนียน ฉ่ำ” มักไม่ใช่เพราะขาวอย่างเดียว แต่เพราะโครงสร้างผิวดูเต็ม ดูเฟิร์ม และผิวเรียงตัวดี
- ผลลัพธ์การบำรุงผิว: ริ้วรอยเล็กๆ ตามหางตา หน้าผาก หรือร่องแก้มที่ทำให้ดูมีอายุ จะค่อยๆ จางลง ใบหน้าดูยกกระชับขึ้น
- มุมมองทางการแพทย์: ส่วนประกอบในกลุ่ม Growth Factors (EGF, FGF) มีหน้าที่สำคัญในการช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการเกิดเซลล์ผิวใหม่
6. Argireline (Acetyl Hexapeptide-8) — ลดริ้วรอยแบบ “Botox-like” ในแนวทางที่อ่อนโยน
สำหรับคนเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ ตรงหน้าผาก หางตา มุมปาก เทนโซเนสมี Argireline ซึ่งข้อมูลอธิบายกลไกว่าเป็นแนว “Botox Like” โดยทำงานผ่านการช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายจากการยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่เกี่ยวกับการเกิดริ้วรอย
- อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ ช่วยให้หน้าดู “ละมุน” ขึ้น รอยยิ้มยังมีเสน่ห์ แต่ไม่พาเส้นเล็ก ๆ มาทักทายชัดเกินไป
- มุมมองทางการแพทย์: Argireline (Acetyl Hexapeptide-8) มีกลไกการออกฤทธิ์คล้ายโบท็อกซ์ (Botox-like effect) โดยไปยับยั้ง SNARE Complex ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อเล็กๆ บนใบหน้า

เทนโซเนสเหมาะกับใคร
เทนโซเนสเหมาะกับคนที่ต้องการผิวกระจ่างใส มีปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ จุดด่างดำ รอยดำจากสิว ผิวหมองคล้ำ ฟื้นฟูจากแสงแดด/มลภาวะ (รวมถึงฝุ่น PM 2.5) ใต้ตาคล้ำ และปัญหาฝ้า-กระจากแดด
ข้อควรรู้ก่อนเลือกทำหัตถการ เพื่อผลลัพธ์ผิวใสแบบปลอดภัย
- เลี่ยงแกะเกา/กดนวดบริเวณที่ทำหัตถการ อย่างน้อย 24–48 ชั่วโมงหลังทำ
- หลีกเลี่ยงความร้อน และการออกกำลังกายแบบหนักๆ อย่างน้อย 48–72 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นกิจกรรมที่มีความร้อนจัด เช่น ทรีตเมนต์หรือเลเซอร์ที่ใช้พลังงานความร้อน แนะนำให้งดประมาณ 1 สัปดาห์
- งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ ประมาณ 1 สัปดาห์
- ทากันแดดอย่างเหมาะสมเป็นประจำทุกวัน
- ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร และผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
- การทำหัตถการ ควรอยู่ภายใต้การประเมินและการดูแลของของแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน

บทสรุป: ผิวดารา... ไม่ใช่ผิวที่ขาวที่สุด แต่คือผิวที่ดูดีในทุกแสง ที่คุณเองก็สร้างได้
การมีผิวสวยไม่ได้แปลว่าต้องเกิดมาโชคดีเสมอไปค่ะ แต่มันคือ "ศิลปะแห่งการเลือก" สิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ให้กับความโทรม และเชื่อว่าตัวเองดูดีได้มากกว่านี้ ลองพิจารณาเทนโซเนส ให้เป็นตัวช่วยบำรุงผิวของคุณ
ถ้าคุณอยากได้ ผิวกระจ่างใสแบบดูแพงอย่างผิวดารา ให้โฟกัส 3 แกนนี้ ฟื้นผิว + ลดเม็ดสี/รอยสิว + เติมความชุ่มชื้น และเทนโซเนสถูกออกแบบสูตรมาให้ครบทั้งสามแกน พร้อมเสริมเรื่องความยืดหยุ่นและริ้วรอยเล็กๆ
อย่าปล่อยให้ผิวหิวโหยสารอาหาร จนความหมองคล้ำมาบดบังออร่าในตัวคุณ มาสร้างมาตรฐานผิวใหม่ ให้กระจ่างใส แข็งแรง และมั่นใจในแบบฉบับของคุณเองกันค่ะ






